ห้องเรียนอนุบาลคุณภาพ

สรุปผลการดำเนินงานตามเกณฑ์การห้องเรียนอนุบาลคุณภาพ

1.พัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ของเด็ก

ผลการดำเนินงาน
1.1 โรงเรียนดำเนินการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการผ่านการเล่นและกิจกรรมที่หลากหลาย
1.2 โรงเรียนส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง (Active Learning) ให้เด็กได้ลงมือทำ คิดแก้ปัญหา ทดลอง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
1.3 เด็กปฐมวัย(อนุบาลปีที่ 3) ร้อยละ 96 ขึ้นไปมีผลการประเมินพัฒนาการด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ จิตใจ ด้านสังคมและด้านสติปัญญาผ่านเกณฑ์การประเมินพัฒนาการ ระดับ 3 (ดี) ทั้ง 4ด้าน 3 ปีต่อเนื่อง
1.4 เด็กปฐมวัยร้อยละ 80 ขึ้นไป ได้ลงมือทำ คิดแก้ปัญหา ทดลอง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นมีความมั่นใจในตนเอง

2.ด้านการจัดประสบการณ์การเรียนรู้

ผลการดำเนินงาน
2.1 ครูจัดประสบการณ์แบบบูรณาการผ่านการเล่น ให้เด็กได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง(Active Learning)
2.2 ครูออกแบบกิจกรรมที่สอดคล้องกับพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน (ร่างกาย อารมณ์–จิตใจสังคม และสติปัญญา) และเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของเด็ก
2.3 ครูมีนวัตกรรม (Innovation) หรือแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ที่ได้รับรางวัลสูงกว่าระดับเขตพื้นที่ และมีการเผยแพร่
2.4 ครูมีสื่อการจัดประสบการณ์ที่หลากหลายโดยใช้วัสดุธรรมชาติหรือวัสดุเหลือใช้

3.ด้านสภาพแวดล้อมและความปลอดภัย

ผลการดำเนินงาน
3.1 ครูจัดมุมประสบการณ์ 5 มุม ทั้งนี้ตามขนาดและพื้นที่ของห้องเรียน

3.2 ห้องเรียนมีแสงสว่างเพียงพอ มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่มีกลิ่นรบกวน ไม่มีเสียงรบกวนและ ไม่มีสัตว์เลี้ยง สัตว์มีพิษ แมลงที่อันตราย
3.3 ห้องเรียนมีป้ายชื่อชั้นเรียน (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ) มีสัญลักษณ์ ชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์จัดไว้บริเวณที่เหมาะสม มีข้อตกลงร่วมกันในห้องเรียน มีป้ายสมาชิกของห้องเรียนจัดโต๊ะครู/เด็ก เป็นระเบียบเหมาะสม
3.4 โรงเรียนมีสนามเด็กเล่นที่มีพื้นผิวหลายประเภทเช่น ดิน ทราย หญ้า มีเครื่องเล่นสนามที่ปลอดภัยไม่ชํารุด เป็นสัดส่วนที่เพียงพอต่อเด็ก มีการตรวจสอบความปลอดภัยของเครื่องเล่นสนามมีห้องน้ำเหมาะสมกับเด็กแยกเป็นสัดส่วนที่เหมาะสม มีความปลอดภัย เพียงพอต่อเด็กอาจเชื่อมต่อกันกับห้องเรียน(มีในห้องเรียนได้)

3.ด้านสภาพแวดล้อมและความปลอดภัย

ผลการดำเนินงาน
3.1 ครูจัดมุมประสบการณ์ 5 มุม ทั้งนี้ตามขนาดและพื้นที่ของห้องเรียน

3.2 ห้องเรียนมีแสงสว่างเพียงพอ มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่มีกลิ่นรบกวน ไม่มีเสียงรบกวนและ ไม่มีสัตว์เลี้ยง สัตว์มีพิษ แมลงที่อันตราย
3.3 ห้องเรียนมีป้ายชื่อชั้นเรียน (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ) มีสัญลักษณ์ ชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์จัดไว้บริเวณที่เหมาะสม มีข้อตกลงร่วมกันในห้องเรียน มีป้ายสมาชิกของห้องเรียนจัดโต๊ะครู/เด็ก เป็นระเบียบเหมาะสม
3.4 โรงเรียนมีสนามเด็กเล่นที่มีพื้นผิวหลายประเภทเช่น ดิน ทราย หญ้า มีเครื่องเล่นสนามที่ปลอดภัยไม่ชํารุด เป็นสัดส่วนที่เพียงพอต่อเด็ก มีการตรวจสอบความปลอดภัยของเครื่องเล่นสนามมีห้องน้ำเหมาะสมกับเด็กแยกเป็นสัดส่วนที่เหมาะสม มีความปลอดภัย เพียงพอต่อเด็กอาจเชื่อมต่อกันกับห้องเรียน(มีในห้องเรียนได้)

4.ด้านครู

ผลการดำเนินงาน

4.1 ครูวิเคราะห์หลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัยที่เป็นปัจจุบันและทำแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้และมีการการบันทึกหลังการจัดประสบการณ์การเรียนรู้เป็นปัจจุบัน และนำข้อมูลมาวิเคราะห์เป็นรายบุคคล
4.2 ครูมีการพัฒนาตนเองเกี่ยวกับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างน้อย3 หลักสูตร
4.3 ครูมีการนำสื่อ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(AI)มาใช้ในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
4.4 โรงเรียนมีผลการประเมินคุณภาพภายในด้านการจัดการเรียนรู้ของครูในระดับ “ดีเลิศ” ขึ้นไป

5.ด้านการมีส่วนร่วมของครอบครัว

ผลการดำเนินงาน
5.1โรงเรียนสร้างความสัมพนธ์ที่ดีระหว่างครูกับผู้ปกครอง ผ่านการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง เช่นการประชุมผู้ปกครอง การพูดคุยรายบุคคล หรือช่องทางออนไลน์ของห้องเรียน

5.2 โรงเรียนมีการสร้างเครือข่ายผู้ปกครอง ให้มีส่วนร่วมในการวางแผน สนับสนุน และติดตามพัฒนาการของเด็ก
5.3 ร้อยละ 80 ขึ้นไป ของผู้ปกครองมีพึงพอใจในการมีส่วนร่วมการติดตามพฒนาการของเด็กระดับ ดี ขึ้นไป
5.4 มีคู่มือในการดำเนินงานเครือข่ายผู้ปกครอง

ดาวน้อยแสนวิเศษ

ชื่อโครงงาน ดาวน้อยแสนวิเศษ

ผู้จัดทำโครงงาน นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนบ้านก้างปลา
ครูที่ปรึกษา นางลลิดา ผุยมาตย์
ระยะเวลาในการจัดทำ ระหว่างวันที่ 27 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568
ที่มาของโครงงาน ( วันที่ 27 มกราคม 2568 )

จากการที่ครูประจำชั้นนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 นำมะเฟืองมากินที่ห้องเรียน เด็กๆเห็นจึงเกิดความสนใจ

สะตอม : ครูครับมะเฟืองลูกใหญ่จังเลย ที่บ้านผมก็มีครับ มีต้นมะเฟืองด้วยครับ
แบม : ที่สวนหลังบ้านคุณยายหนูก็มี ลูกดกด้วยค่ะ มีอยู่ 3 ต้นค่ะ
ออกัส : คุณครูมะเฟืองสวยจังค่ะ ครูทำอย่างไรจึงเป็นรูปเหมือนดาวได้คะ
แอล : ในตู้เย็นบ้านหนูก็มีค่ะ คุณแม่ซื้อมาไว้กินค่ะคุณแม่บอกว่ามันเคลือบกระเพาะได้ด้วยค่ะ
ครูสนทนากับเด็กๆเรื่องมะเฟือง ว่าเคยเห็นมะเฟืองที่ไหนบ้าง เด็กๆส่วนมากเกิดความสนใจ ครูจึงพาไปสำรวจมะเฟืองที่สวนหลังบ้านของคุณยายน้องแบม ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านก้างปลาไม่ห่างจากโรงเรียนมากนัก เด็กๆได้ศึกษาสังเกต ได้สัมผัสผิว ได้ดมกลิ่น ชักชวนกันสังเกตอย่างมีความสุข และได้ตัวอย่างมะเฟืองกลับมาที่ห้องเรียนด้วย
ครู : เด็กๆสงสัยอะไรเกี่ยวกับมะเฟืองบ้างไหมคะ
ม่อน : มะเฟืองมีส่วนประกอบอะไรบ้างครับ
ชะมิน : รสชาติมะเฟืองเป็นอย่างไรครับ
แป้ง : มะเฟืองมีกี่ชนิดคะ
ณดา : มะเฟืองเอาไปทำอะไรได้บ้างคะ
ครู : เด็กๆมีอะไรที่อยากรู้เกี่ยวกับมะเฟืองอีกไหมคะ
เด็กๆ : ไม่มีครับ/ค่ะ
ครูจึงสนทนาร่วมกับเด็กๆ และสรุปคำถามที่เด็กๆอยากรู้ โดยครูจดบันทึกลงบนกระดาษชาร์ท ซึ่งได้คำถามที่เด็กๆอยากรู้ 4 คำถาม
ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามที่อยากรู้
จากการที่เด็กๆไปสำรวจมะเฟืองที่สวนหลังบ้านของคุณยายน้องแบม เด็กๆได้สังเกต ได้สัมผัสมะเฟือง และชักชวนเพื่อนๆมาสังเกตด้วยกัน เมื่อกลับถึงห้องเรียน ครูสนทนากับเด็กๆ และมีคำถามที่เด็กๆสงสัย 4 คำถามดังนี้
คำถามที่ 1 มะเฟืองมีส่วนประกอบอะไรบ้าง
คำถามที่ 2 รสชาติมะเฟืองเป็นอย่างไร
คำถามที่ 3 มะเฟืองมีกี่ชนิด
คำถามที่ 4 มะเฟืองเอาไปทำอะไรได้บ้าง
จากคำถามทั้ง 4 คำถาม เด็กและครูร่วมกันเลือกคำถามที่จะนำมาสำรวจ

ปิด